posted on 17 Sep 2008 05:09 by bidvertiser in Teen
ต้องโทษตัวเอง...ที่ไปมีปากเสียงกับเพื่อน
ถ้าวันนั้น...เราเองควบคุมอารมณ์ สติ ความคิด การพูด
และการกระทำให้ดีกว่านี้ได้...
เพื่อนคนนั้นคงไม่สร้างความคับข้อง
หมองใจไว้กับตัวเอง...กลายเป็นอารมณ์อันเร่าร้อน
เร่าร้อนเพราะ...อยากให้เราเร่าร้อนบ้าง (และเขาก็ทำสำเร็จ)
ถ้ารู้อย่างนี้...ต้องพยายามฝึกควบคุม
และรักษาใจของตนเองให้ดี
อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือจิตใจ...จริงอยู่ พูดง่ายแต่ทำยาก
ถึงบอกว่าต้องฝึก ต้องพยายาม
และรักษาความสามารถนั้นไว้ให้ดีไง
ของดี มีค่ามาก
เพราะว่ากระทำได้ยากนี่ล่ะ
เอาธรรมะไปสักหัวข้อหนึ่งนะ...ธรรมอันทำให้งาม
๑. ขันติ
ความอดทน อดกลั้น ต่อความยากลำบาก ทั้งที่กระทบกับร่างกายก็ดี
เช่น เหนื่อย เพลีย หนาว ร้อน ปวด ป่วย เป็นต้น
อดทนต่อสิ่งที่กระทบกับใจ...ง่ายๆก็เอาแค่อารมณ์ที่ไม่ชอบ
ไม่พอใจก่อน
ความรู้สึกโกรธ
เป็นเรื่องปกติ...แต่รู้แล้วให้ทิ้งไว้ตรงนั้น อย่าเก็บไว้
ถ้าเก็บไว้..จะกลายเป็นอาฆาต พยาบาท
ถ้ากลั้นไม่อยู่ผลอาจจะรุนแรงกว่าที่คิด
เพราะเราเองก็อยากจะทบต้นทบดอก
๒. โสรัจจะ ความเสงี่ยม
การรักษามารยาทให้เรียบร้อย
ไม่ให้อาการอันไม่งามแสดงออกมา ไม่ใช่กลั้นได้ว่าไม่ตอบโต้เขา
แต่ยังมีอาการแค้นด้วยสายตา เดินกระทืบปึงปัง
ทำลายข้างของแทน
บุคคลหนึ่ง
ที่เป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยม คือ ในหลวงของพวกเรา
พระองค์ ไม่เคยแสดงความท้อแท้ ความเหนื่อยอ่อนให้พวกเราเห็นเลย
แม้จะเดินป่า ขึ้นเขา ลุยน้ำ
แต่ทุกครั้งที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรพสกนิกร
พระองค์ทรงมีแต่รอยยิ้ม ด้วยความปิติ ความรัก ความเมตตา
เพราะพระองค์ทรงมีขันติ และโสรัจจะ
นี้เป็นคุณธรรมส่วนหนึ่ง
จึงทรงเป็นผู้สง่างามยิ่ง
เป็นที่รักใคร่ของปวงประชาเสมอมา
ดังนั้น ตัวเราเองถ้ายังทำให้ตัวเองดีไม่ได้
อย่าเพิ่งไปโทษใคร...ให้โทษตัวเอง
แล้วจะโทษตัวเองอีกนานแค่ไหน...ถ้ารู้ตัวว่าขาดอีกเท่าไหร่
เราก็ต้องเร่งพัฒนาตนเอง
ให้สามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์เหล่านั้นได้อย่างมีสติ
ก็พอจะรักษาตัวรอด ให้การดำเนินชีวิตนี้มีความสงบในระดับหนึ่ง
ส่วนที่ทำได้ดีอยู่แล้ว
ก็ต้องขวนขวายให้ดียิ่งขึ้นๆ ไป
จะสามารถช่วยคนรอบๆ
ข้างเราได้ด้วย
"ขันติ คือ ความอดกลั้น
เป็นธรรมเครื่องเผากิเลส อย่างยิ่ง"
ขอบคุณที่มามากมายนะคะ
dhammajak.net
posted on 17 Sep 2008 04:57 by bidvertiser in Teen
วันนี้เราเอาคำภาษาลาว ตลกๆมาฝาก
ชื่อหนัง
1.superman-บักอึดถลาลม
2.หนูน้อยเพนจร-บัก X น้อยตุลัดตุเหล่
3.รักจริงๆ ขอให้ดิ้นตาย- รักคักคัก ชักแหง่กแหง่ก
4.titanic-ชู้รักเรือล้ม
มาต่อด้วยคำศัพท์ทั่วไปกัน
1.ไฟเขียว-ไฟอิสระ
2.ไฟแดง-ไฟอำนาจ
3.ห้องคลอด-ห้องประสูติ
4.ห้องผ่าตัด-ห้องจ๊กเบิ่ง
5.ปั๊มเชล-ปั๊มหอย
6.ผ้าเย็น-ผ้าอนามัย
posted on 13 Sep 2008 20:52 by bidvertiser in Teen
วันนี้ขึ้นหัวข้อเรื่อง ความรัก วัยรุ่น และธรรมะ
เพราะเห็นว่าใกล้ตัว เป็นเรื่องของเด็กๆ
ลูกศิษย์ที่ครูสอนอยู่ทุกวันนี้ เด็กสมัยนี้โตเป็นสาวไวเด็กเล็กๆ 9-10 ขวบ
นมตั้งเต้าแล้ว อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ไหนจะอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์
แถมสารเคมีที่เร่งการเจริญเติบโตเร็วของสัตว์บางชนิดที่ตกค้างในเนื้อสัตว์
เลยเป็นผลพลอยได้ของเด็กที่กินอาหารชนิดนั้นไป
คราวนี้มาพูดถึงวัยแรกรุ่นเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 3
-4-5-6 จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ที่มีปัญหาความรักในวัยเรียน
(บางรายมีปัญหาตั้งแต่อยู่ประถม 6 ถึง มัธยม 1 เลยก็มี
แต่เรียกว่ามีน้อย )
ที่อยากจะพูดถึงคือเด็กระดับมัธยมเพราะสัมผัสใกล้ชิดทุกวัน
นักเรียนหญิงหรือชายที่มีรักในวัยนี้มักเหม่อลอย แยกตัวจากเพื่อน
ขาดเรียนบ่อย โกหกเก่ง
คนที่เป็นพ่อแม่ควรเฝ้าระวังดูแลลูกให้ใกล้ชิดหน่อย
สังเกตดูจะแต่งเนื้อแต่งตัวเนี๊ยบ รักสวยรักงาม
บางทีก็โกหกทางบ้านว่ามีกิจกรรมในวันหยุดเพื่อจะหาโอกาสไปพบแฟน (
เป็นลักษณะที่ควรสังเกตเบื้องต้น )
ผู้ปกครองบางคนอาจจะเถียงว่าลูกฉันอยู่มหาวิทยาลัยแล้วยังไม่เห็นมีแฟนหรือ
เพื่อนต่างเพศกับเขาเลย ครูมาว่าเด็กมัธยมมีแฟนแล้วหรือ มีแน่นอน
แต่ไม่ทุกคน
แล้วก็โชคดีที่ลูกคุณยังไม่มีแฟนหรือเพื่อนต่างเพศ เพราะทุกวันนี้เด็กที่
พ่อแม่ส่งมาอยู่หอพักไม่ได้อยู่กับเพื่อนเพศเดียวกัน
แต่กลายเป็นอยู่กันแบบสามีภรรยาแบบชายจริงหญิงแท้
หรือประเภทฉิ่งคู่ หญิงกับหญิงไป เพราะเลียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติมากขึ้น
ไม่เห็นความสำคัญของความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ว่าจะพูดถึงเด็กมัธยม เลยไปถึงเด็กมหาวิทยาลัยไปเสียนี่
เด็กมัธยมทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องชู้สาวมากพอสมควร ตบตีกันแย่งผู้ชาย
หรือชกต่อยทะเลาะวิวาทกันเรื่องแย่งหญิง
มีเกือบทุกโรงเรียนเพียงแต่จะเป็นข่าวหรือไม่เท่านั้น
การที่จะดึงเด็กที่มีรักในวัยเรียนกลับมาเรียนได้นั้นครูต้องเป็นหูเป็นตา
คอยช่วยเหลือให้การสนับสนุนบางครั้งรู้ก็ต้องทำเป็นสนับสนุน ให้กำลังใจ
เธอเป็นแฟนเขาเธอต้องช่วยติวหรือช่วยเหลือเพื่อนให้เรียนจบ
หรือเวลามีกิจกรรมอะไรก็เปิดโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรมที่เขาเหล่านั้นได้แสดง
บทบาทหรือได้แสดงออกบ้าง ให้โอกาส อย่าไปดุด่า หรือทุบตีอย่างเดียว
เรียกว่าต้องใช้ทั้งศิลป์และศาสตร์ ให้เขาได้รู้ดี
รู้ชั่ว แบบรักกันก็ต้องเป็นกำลังใจกัน ดึงกัน ช่วยเหลือกัน
จนเรียนจบแล้วค่อยคิดเรื่องชีวิตคู่
เพราะมีหลายคนตอนเรียนรักกันจนเรียนจบ
แล้วทำงานเก็บเงินได้จึงแต่งงานชีวิตก็จบแบบมีความสุขสมบูรณ์ น่านำเป็นแบบอ
ย่าง
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/skysaratai/151068
posted on 13 Sep 2008 20:50 by bidvertiser in Teen
มานั่งนึกๆ ดูนะครับว่า ทำไมผู้ชายต้องบอกรักผู้หญิงก่อน
ทำไมผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหน้า
-เป็นเพราะผู้ชายถูกสอนว่าต้องเกิดมาเป็นผู้นำหรือ
บางคนก็ว่าการที่ผู้ชายบอกรักก่อน
เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานในการเจริญเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ
เพราะฮอร์โมนเพศชายในตัวเองที่กระตุ้นให้ไปเสนอสาวคนรักว่ารักเธอ
และอยากเป็นของเธอทั้งกายและใจ เมื่อเธอยอมรับรักก็จะยอมเป็นของเขาในที่สุด
แต่
ความรักเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน
ไม่ใช่แค่ความต้องการทางเพศหรือกามารมณ์เสมอไป ใครจะบอกรักใครก่อน
จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรในยุคโลกาภิวัตน์นี้
เรื่องนี้นะครับคุณ
ผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าวัยรุ่นหรือวัยไหนๆ ขอให้จำไว้นะครับว่า
"ผู้ชายแท้ๆ และผู้ชายดีๆ" ในสมัยนี้ น่าจะหายากนะครับ
ถ้าคุณพบแล้วและแน่ใจแล้วว่ารักเขาจริง รวมทั้งเขาก็มีทีท่ารักชอบเราอยู่
ควงคู่กันอยู่นานจนคนรู้กันหมดแล้วว่าเป็นแฟนกัน แล้วเขาไม่ยอมบอกสักทีว่า
"ผมรักคุณ" แล้วละก็ ถามเขาไปตรงๆ เลยว่า "คุณรักฉันไหม"
ถ้าไม่รักฉันจะได้ไปหาคนอื่น
เพียงแต่วิธีการพูดที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน่อยนะครับ
edit @ 13 Sep 2008 20:51:31 by bidvertiser ไทย blog
posted on 13 Sep 2008 20:48 by bidvertiser in Teen
ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ในวัยเรียน เด็กควรทำอย่างไร ?
นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่นักเรียนนักศึกษาเขียนมาถามขึ้นมาในขณะไปบรรยาย
เรื่องเพศศึกษาตามสถานที่ต่างๆ
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ใหญ่ห้ามวัยรุ่นให้มีความรักในวัยเรียน
เพราะบางครั้งวัยรุ่นยังไม่รู้จักคำว่า "ยับยั้งชั่งใจ"
ยังไม่รู้จักกับคำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" ไม่รู้ว่า
การมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนเวลาอันควรนั้น มีความเสี่ยง
นอกจากจะเสี่ยงที่จะติดโรคร้ายแรงที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้วยังอาจเกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา หรือไม่ได้วางแผนมาก่อนด้วย
ลองคิดดูซิครับว่า ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ในวัยเรียนขึ้น ทางออกแต่ละทางที่เป็นไปได้นั้นมันน่าที่จะเป็นไปไหม
ลา
ออกไปเลี้ยงลูก เป็นอันว่าจบอนาคตในการศึกษาไปนะครับ เพราะพอลูกเกิดมา
แค่ต้องดูแลเลี้ยงดูลูกก็หมดเวลาแล้ว จะเอาเวลาไหนไปเรียนอีก พอลูกโต
จะไปเรียนนอกเวลา ส่วนหนึ่งก็จะอายนะครับ แล้วถ้าท้องตอนอายุน้อยกว่า 13
ขวบ ว่าที่สามีในอนาคตยังต้องมีธุระไปติดคุกอีกด้วย...
จะให้ใครเป็นพ่อของเด็กดี
ขอพักการเรียนไว้ก่อน
รอคลอดลูกแล้วกลับมาเรียนใหม่ ถ้าครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ใจดี ก็ต้องทำแบบนี้
แต่พอลูกเกิดมาแล้วใครจะช่วยเหลือลูกละ เป็นปัญหาอีก
ไปทำแท้ง
จะหาหมอฝีมือดีๆ ที่ไหนที่จะยอมมากระทำการแบบนี้ให้
หรือโชคร้ายอาจเจอหมอเถื่อน อันตรายมากมาย ตั้งแต่ตกเลือดเสียชีวิต
ติดเชื้ออักเสบ เป็นมากอาจเสียชีวิต
เป็นน้อยก็อาจจะมีลูกยากหรือเกิดการท้องนอกมดลูกได้ในอนาคต...
น่ากลัวทั้งนั้น
คำตอบจึงเป็นที่ว่า
รักในวัยเรียนน่ะได้อยู่หรอก แต่อย่าให้มีกามารมณ์มาเกี่ยวข้องเท่านั้น
ปัญหาย่อมไม่เกิด จริงไหมครับ รักกันแบบ พลาโตนิค เฟรนด์ชิฟ กันก่อน
ไว้พร้อมแล้วค่อยแต่ง
edit @ 13 Sep 2008 20:49:07 by bidvertiser ไทย blog