"ธรรมะ ทำให้หนูเป็นคนดีมีสติธรรมะทำให้หนู ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมยของ ไม่พูดปด ไม่เสพสิ่งเสพติด และธรรมะยังช่วยทำให้หนูจิตใจสงบ และเข้าใจตัวเองและเข้าใจโลกมากขึ้น"

เสียงเล็กๆและเรียบง่ายของกลุ่มเยาวชนในภาคเหนือ ที่กำลังเข้าสู่วิถีธรรมอันเงียบสงบในโครงการ "ค่ายธรรมะเพื่อน้อง" (ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี/เอดส์) ของ มูลนิธิรักษ์ไทยกำลังเบ่งบานเหมือนดอกบัว ที่เริ่มผลิใบแรกแย้มด้วยความ เงียบสงบใต้เรือนไม้อันร่มเย็นภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่

 

"ครูแอน" สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ทูตมูลนิธิรักษ์ไทย และครู วิทยากรเล่าถึงจุดริเริ่มของค่ายธรรมะแห่งนี้ว่า หลังจากที่ได้เข้าไปเยี่ยม น้องๆ ผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี ที่พะเยา และเชียงใหม่แล้ว รู้สึก ว่าเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ต่างกับเด็กธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ในใจเขาต้องการ ความรัก ความอบอุ่นเป็นอย่างมาก
" ธรรมะเป็นสิ่งที่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจของเด็กๆ ให้เขาได้รู้ว่าตัวเองยังมี คุณค่าต่อสังคม และสังคมยังไม่ทอดทิ้งเขา และค่ายธรรมะนี้เองจะช่วยให้พวก เขาเข้าถึงหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยังเป็นการหล่อ หลอมจิตใจของเด็กๆ ให้มีความอ่อนโยน ละเอียดอ่อน รู้จักบาปบุญคุณโทษ มีหิริ โอตัปปะ มีการควบคุมสภาวะทางจิตและอารมณ์ที่เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิต ในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยให้เด็กๆ รู้จักที่จะอยู่กับตัวเองมาก ขึ้น แม้สภาพร่างกายจะอ่อนแอจากโรคร้าย แต่ถ้าเด็กๆ มีจิตใจเข้มแข็ง ก็ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ทัดเทียมเช่นเด็กธรรมดาทั่วไป" แอนพูดอย่างเข้า ใจปัญหา

 

 "ค่ายธรรมะเพื่อน้อง" เริ่มก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิรักษ์ไทยและยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจาก พระศรีศาสนวงศ์(ท่านเจ้าคุณมีชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ธนาคาร แห่งประเทศไทยและวุฒิศักดิ์คลีนิค เล็งเห็นถึงธรรมะในตัวเยาวชน โดยเน้นที่ จะจัดค่ายธรรมะกับกลุ่มเยาวชนที่ติดเชื้อและได้รับผลกระทบทางภาคเหนือ จำนวน 60 คน

อ.ละเอียดพรหมสาขา ณ สกลนคร จากยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศ ไทยวิทยากรผู้นำการฝึกปฏิบัติ บอกถึงกิจกรรมส่วนใหญ่ว่าเน้นการปฏิบัติธรรม และวิปัสสนากรรมฐาน อาทิ การเจริญสติด้วยการยืน เดิน นั่ง นอน และรับประทาน อาหาร ซึ่งถือเป็นฐานของชีวิตที่เด็กๆ จะได้นำความรู้ติดตัวไปใช้ในชีวิต ประจำวัน
" อย่างกิจกรรมเจริญสติที่เด็กๆ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าขณะนี้เขากำลังทำ อะไร อย่างไร ทำไม เพื่ออะไร และรู้สึกอย่างไร จะทำให้เขามีสติอยู่กับตัว เองตลอดเวลา ทำให้รู้สึกไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยวหรือว้าเหว่ ส่งผลให้เด็กไม่ ก้าวร้าวและรู้จักมอบความรัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือด ร้อน หลักธรรมดังกล่าวเป็นข้อปฏิบัติง่ายๆ ที่เด็กๆ ควรมีโอกาสเรียนรู้และ เข้าถึง ช่วยส่งเสริมจิตใจของเด็กๆ ได้ดี และสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วย ธรรมะในใจเรา" สุดท้ายนี้อาจารย์ฝากข้อคิดว่า
"การปฏิบัติธรรมสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะห้องปฏิบัติธรรมที่เงียบและสงบที่สุดอยู่ที่หัวใจของเราเอง"
น้องเอหนึ่งในเยาวชนที่ร่วมโครงการเล่าถึงความรู้สึกตลอดเวลา3 วัน 2 คืนว่า
" ก่อนหน้าที่จะมาเข้าค่ายธรรมะ ไม่ค่อยมีเพื่อนเลย หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมทั้งที่บ้าน และที่โรงเรียนเอง จะมีเพื่อนก็ตอนไปรับยาที่โรงพยาบาลเท่า นั้น ซึ่งพี่ๆ รักษ์ไทย ก็จะมีเกมสนุกๆ ให้เล่นตลอดเวลา มีขนมกินด้วย แต่พอ มาเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้หนูรู้สึกว่า ครูวิทยากร และครูพี่เลี้ยงมอบความ รัก และเอาใจใส่หนูมาก สอนให้รู้จักธรรมะ ที่แต่ก่อนตัวหนูเองก็ไม่เข้าใจ ว่ามันคืออะไร เข้าใจยากมาก แต่พอเริ่มรู้ ก็สนุกดี และจะกลับไปปฏิบัติธรรม เหมือนที่ครูวิทยากรอบรมและสอนมา"
จากเสียงเล็กๆนี้ จุดประกายความหวังว่า เยาวชนกลุ่มนี้จะมีโอกาส เข้าถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แม้จะเป็นเพียงการปฏิบัติธรรมอย่างเรียบ ง่าย และไม่นาน แต่ก็บ่งบอกถึงการเข้าใจของเด็กๆ ไม่น้อย
ร่วมบริจาคเงินเพื่อเด็กที่ติดเชื้อและได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอ วี ให้มีโอกาสเข้าถึงหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนาได้ที่โครงการ "ค่ายธรรมะ เพื่อน้อง" ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรักษ์ ไทย โทร.0-2265-6833, 0-2265-6852, 0-2265-6854
นับตั้งแต่ปี2538 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อเอชไอวีอย่าง รุนแรง ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจากเชื้อร้ายนี้ในภาคเหนือเป็นจำนวนมาก ส่งผลมายังกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาการติดเชื้อจากครรภ์ มารดา โดยกลุ่มดังกล่าวจะอยู่ในช่วงอายุ7-14 ปีเป็นกลุ่มเยาวชนที่กำลังเติบ โตเป็นวัยรุ่น และส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ เนื่องจากบิดาหรือมารดา เสียชีวิตจากเชื้อร้าย ในขณะที่ผู้ดูแลเองก็ประสบปัญหาการสื่อสารกับเด็ก เพราะช่องว่างระหว่างวัย และการที่สังคมเลือกปฏิบัติทำให้เด็กขาดความ อบอุ่น ทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เข้าใจตัวเอง คิดว่าสังคมทอดทิ้งพวก เขา รู้สึกไร้คุณค่า ขาดทักษะทางด้านสังคมและโอกาสที่เด็กทั่วไปควรได้รับ ตามวัย

ที่มา:  http://www.komchadluek.net/2008/06/21/x_soc_s001_207465.php?news_id=207465

Comment

Comment:

Tweet